ช่างกล้องวงจรปิด กับการปฐมพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ความเสี่ยงในการทำงานในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเราควรมีวิธีการการปฐมพยาบาล การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือผู้ป่วยในชั้นแรก ที่ต้องทำในทันทีทันใดหรือในสถานที่เกิดเหตุ โดยการใช้อุปกรณ์เท่าที่จะหาได้และความรู้ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเพื่อลดอันตรายก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะถึงมือแพทย์ หรือขณะที่ไปยังโรงพยาบาล
วัตถุประสงค์ของการปฐมพยาบาล
- เพื่อช่วยชีวิต
- เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย
- เพื่อลดความเจ็บปวด
- เพื่อป้องกันความมพิการที่จะเกิดขึ้น
หลักปฏิบัติโดยทั่วไป
- หาสถานที่ที่เหมาะสมและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกบริเวณใกล้ ๆ ที่เกิดเหตุ และห้ามบุคคลอื่นอย่าให้มามุงดู
- ผู้บาดเจ็บยังมีสติพูดได้อยู่ ให้สอบถามอาการและสาเหตุ หรือถามจากผู้พบเห็นเหตุการณ์ ควรตรวจดูให้แน่ว่าได้รับอาการบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
- เมื่อรู้ตำแหน่งบาดแผลของผู้บาดเจ็บแล้วให้รีบแก้ไขอาการที่หนักและเป็นอันตรายต่อชีวิตมากที่สุดก่อนอื่น
- ห้ามทำการเคลื่อนย้ายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากจำเป็นต้องทำเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มอีก การเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสให้ใช้วิธีการเคลื่อย้ายผู้ป่วยให้เหมาะสมกับลักษณะอาการ
- ห้ามให้น้ำหรือเครื่องดื่มอื่นใดแก่ผู้ได้รับการบาดเจ็บที่ยังไม่รู้สึกตัว หรือรู้สึกตัวบ้างเล็กน้อย
- พยายามทำให้ผู้บาดเจ็บสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และให้กำลังใจแก่ผู้บาดเเจ็บ อย่าพูดถึงความร้ายแรงของบาดแผลหรือเหตุที่เกิดขึ้น
- รีบหายานพาหนะนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
กรณีที่เป็นลมหมดสติ
โดยการรีบนำตัวผู้ป่วยออกมาจากสถานที่อับอากาศโดยเร็ว และทำการปฐมพยาบาลตามขั้นตอนและชนิดของการเป็นลมหมดสติดังนี้
การเป็นลมหน้าซีด อาจเกิดจาก
- เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
- สมองถูกกระทบกระเทือน
- ทำงานหนักเกินไป
- หิวจัด
- ร้อนจัด
- อ่อนเพลียจากโรคอื่น ๆ
- ตกใจมาก
การให้ความช่วยเหลือ
- ให้นำผู้ป่วยพาเข้าร่ม และอย่าให้มีคนมุง
- ให้นอนราบ และยกเท้าให้สูง
- คลายเสื้อผ้าของผู้ป่วยออกให้หลวม
- พักให้เย็น หรืออาจช่วยเช็ดตัวด้วยน้ำแข็ง
- ให้ดมยาแอมโมเนีย หรือให้ดื่มน้ำเย็นถ้าเกิดจากความร้อนให้ดื่มน้ำที่ผสมเกลือ
- ถ้าผู้ป่วยมีอาการอาเจียนด้วยต้องรีบคอยเช็ด
- ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวให้จับนอนตะแคงศรีษะเงยหน้าไปข้างหลังเล็กน้อย
- ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจให้ช่วยทำการหายใจได้ทันที
- รีบนำตัวผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที
ผู้ป่วยเป็นลมหน้าเขียวคล้ำ เกิดจาก
- อากาศหายใจไม่เพียงพอ
- โรคลมบ้าหมู
- ทางเดินหายใจถูกอุดตัน จากสิ่งของเข้าไปอุด สำลักอาหาร
อาการของผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอก ไอ หายใจหอบถี่แรง เหงื่อออกมาก ผิวหนัง ริมฝีปาก เล็บมือเป็นสีคล้ำ หายใจมีเสียงครืดคราด
ผู้ป่วยเป็นลมหน้าเขียวคล้ำ เกิดจาก
- อากาศหายใจไม่เพียงพอ
- โรคลมบ้าหมู
- ทางเดินหายใจถูกอุดตัน จากสิ่งของเข้าไปอุด สำลักอาหาร
อาการของผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอก ไอ หายใจหอบถี่แรง เหงื่อออกมาก ผิวหนัง ริมฝีปาก เล็บมือเป็นสีคล้ำ หายใจมีเสียงครืดคราด
กรณีที่ผู้บาดเจ็บมีเลือดออก
เมื่อผู้บาดเจ็บได้รับอันตรายจากการเสียเลือดนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนเลือดที่เสียไป และระยะเวลา ถ้าออกมากและเร็วก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
อาการของการเสียเลือด
ถ้ามีเลือดออกเพียงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการใดๆ เลย แต่ถ้าเลือดออกมากจะมีอาการตามลำดับ ดังนี้
- เวียนศรีษะ
- เหนื่อย
- กระหายน้ำ
- ซีด
- กระวนกระวาย
- เหงื่อออก ตัวเย็น ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงว่าผู้ป่วยช็อค
- หายใจหอบ ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงว่าผู้ป่วยช็อค
- คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงว่าผู้ป่วยช็อค
- ชีพจรเบา เร็วหรือคลำหาชีพจรไม่ได้ อาการเหล่านี้แสดงว่าผู้ป่วยช็อค
การให้ความช่วยเหลือ
ถ้าผู้บาดเจ็บมีเลือดออกมากและเร็ว จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือทนที โดยให้ผู้ป่วยนอนราบ
การปฐมพยาบาลบาดแผล ชนิดของบาดแผล
- แผลถูกแทงที่ท้อง
- แผลถูกแทงที่หน้าอก
- บาดแผลมีวัสดุปักคา
- บาดแผลถูกยิง
- บาดแผลที่อวัยวะส่วนปลายถูกตัดขาด
หลักการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ถูกแทง
- ถ้ามีวัสดุหักคาอยู่ ห้ามดึงออกเด็ดขาก
- ให้ผู้บาดเจ็บงดน้ำ งดอาหาร
- ถ้ามีอวัยวะภายในโผล่ออกมา ห้ามจับใส่เข้าไป ให้ใช้ผ้าสะอาดปิดแผลไว้
- ให้รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที
บาดแผลที่มีอวัยวะส่วนปลายถูกตัดขาด
- ให้ทำการห้ามเลือด ตามหลักการห้ามเลือด
- เก็บชิ้นส่วนที่ถูกตัดขาด ตามวิธี เช่น กด และยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น, นำอวัยวะที่ถูกตัดขาด ใส่ถุงพลาสติกที่แห้งและสะอาด ปิดปากถุงพลาสติกให้แน่นแล้วนำถุงพลาสติกแช่ลงในน้ำแข็งหรือน้ำเย็น, ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว พร้อมอวัยวะที่ขาด
การห้ามเลือด
- ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ใช้ผ้าสะอาดพับหนาๆ กดบนบาดแผล
- ใช้ผ้ายืดพันทับบนผ้าที่กดบาดแผลไว้
- ถ้าเลือดออกมาก ให้ใช้มือกดบนบาดแผล แล้วยกส่วนนั้นให้สูงเหนือระดับหัว
- ระวังอากาช็อค จากการเสียเลือด
การปฐมพยาบาลจากแผลไหม้และน้ำร้อนลวก
- สาเหตุของการเสียชีวิตจากแผลไหม้นั้นเกิดจากทางเดินหายใจได้รับอันตราย, เสียน้ำ และน้ำเหลืองจำนวนมาก, ช็อค จากการเสียน้ำและของเหลว, เกิดจากการติดเชื้อ
- ต้องหยุดยั้งความร้อน
- การดับไฟโดยการใช้น้ำราด หรือใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำคลุมตัว
- ถอดเสื้อผ้าที่ไหม้ไฟ หรือถูกน้ำร้อนลวก พร้อมทั้งเครื่องประดับออกจากร่างกายและสำรวจผู้ป่วยตามวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน, ถ้ามีบาดแผลเลือดออก ต้องห้ามเลือด, ถ้ามีกระดูกหัดต้องเข้าเฝือก
แผลไหม้จากสารเคมี
- สารเคมีที่เป็นน้ำหกรดราดผิวหนังหรือลำตัว ให้ใช้น้ำล้าง โดยตักราด หรือเปิดให้น้ำไหลผ่านตัว นาน 10 นาที, ถอดเสื้อผ้าเครื่องประดับที่เปื้อนสารเคมีออกให้หมด, ตรวจดูร่างกายทั่วไปเกี่ยวกับการหายใจ หรือบาดแผลอื่นๆ ถ้ามีความผิดปกติต้องรีบให้การช่วยเหลือทีนที, และรีบนำส่งโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส
สารเคมีที่เป็นผง ให้ปัดสารเคมีออกจากเสื้อผ้าให้หมดก่อน, ล้างออกด้วยน้ำ, ผู้ช่วยเหลือต้องระวังไม่ให้สัมผัสกับสารเคมีนั้นด้วย
ข้อควรพึงระวังในการดูแลแผลไหม่
สิ่งที่ควรปฏิบัติ
- ใช้ความเย็นจากน้ำ นำมาระบายความร้อน , ปิดด้วยผ้าแห้งและสะอาด , ดูแลไม่ให้เกิดภาวะช็อค
สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ
- ห้ามใช้น้ำแข็ง หรือน้ำที่เย็นจัดนำมาประคบ
- ห้ามใช้สิ่งต่าง ๆ ปิดแผล ยกเว้นผ้าสะอาด
- ห้ามดึงชิ้นส่วนของเสื่อผ้าที่ติดหนังออก
- ห้ามระบายความร้อนแผลไหม้ที่ลึกกว่า ชั้นผิวหนัง
- ห้ามเจาะถุงน้ำ
- ห้ามใช้ขี้ผึ้ง ครีม ที่ทำให้เกิดความร้อน
สารเคมีเข้าตา ควรปฏิบัติดังนี้
- ล้างตาด้วยน้ำสะอาด นานประมาณ 20 นาที
- ระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าตาอีกข้างหนึ่ง
- ปิดตาด้วยผ้าสะอาด
- รีบนำส่งโรงพยาบาล
สิ่งแปลกปลอมเข้าตา
- ห้ามขยี้ตา
- เปิดเปลือกตา เขี่ยผงออก
- ถ้าผงไม่ออก ลืมตาในน้ำกรอกตาไปมา
- ถ้ายังไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์
สิ่งแปลกปลอมเข้าหู
- ถ้าเป็นแมลงเข้าหู ให้หยอดด้วยน้ำมันมะกอก
- วัตถุเข้าหู ให้ตะแคงหูข้างนั้นลง ถ้าไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์
ภาวะช็อคจะมีอาการ
- เหงื่อออก
- ตัวเย็น
- กระสับกระส่าย
- หายใจเร็ว
- ชีพจรเบาและเร็ว
- ไม่รู้สึกตัว และเสียชีวิต
การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูก
- ข้อเคล็ด จะมีอาการ เจ็บปวดมาก บวม และร้อน อาจมีเลือดออกบริเวณข้อ เคลื่อนไหวไม่ถนัด หากมีอาการชาบริเวณข้อเคล็ด แสดงว่าเส้นประสารที่การฉีกขาด
การปฐมพยาบาล
- พักข้อนิ่งๆ ยกมือ หรือเท้าขึ้นสูง หรือใช้ผ้าคล้องแขนไว้ ประคบเย็น 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น ให้ประคบร้อน พันด้วยผ้ายืด ภายใน 7 วัน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์
- ข้อเคลื่อน จะมีอาการ ปวด บวม บริเวณข้อ เคลื่อนไหวไม่ได้
การปฐมพยาบาล
พักข้อนิ่งๆ ประคบเย็น ใช้ผ้าพัน หรือเข้าเฝือกชั่วคราว นำส่งโรงพยาบาล พร้อมงดน้ำ งดอาหาร
- กระดูกหัก จะมีอาการ ปวด บวม ร้อน บริเวณที่หัก ถ้าจับกระดูกนั้นจะโยก หรือบิดเล็กน้อย จะมีเสียงดังกรอบแกรบ การเคลื่อนไหวผิดปกติ รูปร่างของกระดูกผิดปกติ อาจมีบาดแผลและพบปลายกระดูกโผล่ออกมา
การปฐมพยาบาล
- จัดกระดูกที่หักให้อยู่กับที่ หากมีกระดูกโผล่ออกมา ห้ามดันกลับ ให้ห้ามเลือดและปิดแผลไว้ ถอดเสื้อผ้าผู้บาดเจ็บ โดยวิธีการใช้กรรไกรตัด การหักของกระดูกชิ้นสำคัญ เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกสันหลัง ต้องการการรักษาที่ถูกต้อง
การเข้าเฝือก
- การใช้วัสดุต่างๆ พยุง หรือห่อหุ้มอวัยวะส่วนที่กระดูกหักให้อยู่นิ่ง เฝือกมี 3 ชนิด คือ เฝือกจริงหรือถาวร เฝือกชั่วคราว เฝือกธรรมชาติ แต่ในการปฐมพยาบาลจะให้ใช้เฝือกชั่วคราว
การเข้าเฝือกชั่วคราว
- วัสดุที่ใช้ดาม ต้องยาวกว่าอวัยวะส่วนที่หัก ไม่วางเฝือกลงบนบริเวณที่กระดูกหักโดยตรง ควรมีสิ่งอื่นรองรับ มัดเฝือกกับอวัยวะที่หักให้แน่นพอควร
กระดูกปลายแขนหัก
- การปฐมพยาบาล ให้ใช้เฝือกยาวตั้งแต่ปลายนิ้วถึงข้อศอก พันด้วยเชือกหรือผ้าให้กระชับ ใช้ผ้าคล้องคอห้อยแขน
กระดูกต้นแขน หรือไหปลาร้าหัก
- การปฐมพยาบาล ให้ใช้ผ้าคล้องแจนแล้วผูกกับคอ พันรัดแขนที่หักให้ติดกับลำตัวด้วยผ้าอีกผืนตามแขนในแนวตรง
กระดูกท่อนขาล่างหัก
- การปฐมพยาบาล ดามด้วยเฝือก 2 อันยาวตั้งแต่ส้นเท้าถึงเหนือเข่าใช้ผ้าผูกติดกันเป็นเปราะๆ จัดปลายเท้าตั้งฉากเสมอ อย่าให้ผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป
กระดูกต้นขาหัก
- การปฐมพยาบาล ดามด้วยเฝือก 2 อัน อันแรกยาวตั้งแต่ส้นเท้าถึงใต้รักแร้ อีกอันยาวตั้งแต่ส้นเท้าถึงโคนขา ใช้ผ้าผูกติดกัน หากมีบาดแผลให้ปิดแผลห้ามเลือดก่อนเข้าเฝือก
กระดูกเชิงกรานหัก
- การปฐมพยาบาล อย่าให้บริเวณกระดูกเชิงกรานเคลื่อนไหว ผูกขา 2 ข้างติดกัน โดยสอดผ้าไว้ใต้สะโพก และเชิงกราน และผูกปมตรงกลาง วางผ้าระหว่าง ขา 2 ข้าง ผูกติดกันด้วยผ้าสามเหลี่ยม และผูกผ้ารอบเข่า 2 ข้าง
กระดูกสันหลังหัก
- การปฐมพยาบาล การเคลื่อนย้ายต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ หรือผู้ที่มีความรู้ หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ให้ดามคอและหลังก่อน
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง safeandsound
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982