บทความเครื่องเสียง

เครื่องขยายเสียงคืออะไร?

เครื่องขยายเสียงคืออะไร?
เครื่องขยายเสียง หรือ เครื่องขยาย สัญญาณเสียง โดยคำว่าเครื่องขยายสัญญาณเสียง แอมปลิฟายเออร์ (Amplifier) หรืออาจเรียกว่า เพาเวอร์แอมปลิฟายเออร์ (Power Amplifier) นั้น เป็นวงจรเครื่อง หรืออุปกรณ์ทางระบบไฟฟ้า ที่ใช้ทำหน้าที่ ขยาย สัญญาณเสียง ขนาดเล็ก ให้มีขนาดสัญญาณเสียงที่สูงขึ้น หรือความดังมากขึ้น โดยตามอุดมคติ จะต้องขยายเสียงแล้วให้เสียงเหมือนจริง แต่มีความดังมากขึ้นนั่นเอง โดยเครื่องขยายเสียง,เครื่องขยายสัญญาณเสียง หรือ เพาเวอร์แอมปลิฟายเออร์ (Power Amplifier)  
เครื่องขยาย

 

นั้นมีหลักการขั้นพื้นฐานมาจากการใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor)TR.หรือสารกึ่งตัวนำ ชนิดอื่นๆ หรือ หลอดสูญญากาศ (Vacum tube) มาเป็นตัวทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงเล็กๆให้ ดังมากขึ้น โดยในที่นี้จะขออธิบายพื้นฐานการขยายโดยใช้ ทรานซิสเตอร์ (Transistor)TR. โดยการป้อน  สัญญาณเข้าขั้วบี B ของ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) และจะได้สัญญาณออกทางขั้วซี C เป็น สัญญาณที่มีขนาดสูงขึ้น และนี่ก็คือแนวคิดในการประยุกต์สำหรับการออกแบบสร้างเครื่องขยายเสียง หลากหลายรูปแบบ โดยเอาอุปกรณ์ อาร์ ซี R และอื่นๆ หลายอย่าง และคุณลักษณะ คุณสมบัติ ที่ต่างกันมาประยุคต์ สร้างเครื่องขยายเสียง ต่อไป  ชนิดของเครื่องขยายเสียงหรือเครื่องขยายสัญญาณเสียง  1.แบ่งแยกตามวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำสร้างวงจรภาคขยายเสียง  1.1 แอมป์หลอดสูญญากาศ (Vacum Tube) เป็นเครื่องขยายเสียงยุคแรกๆที่ใช้หลอดสูญญากาศ (Vacum Tube)ทำหน้าที่ขยายกำลังหลังของภาคขยายเสียง และยังคงมีใช้อยู่ในกลุ่มผู้ หลงไหลในคุณภาพของเสียง และเอกลักษณ์ ที่ดี ชัดเจน และชอบรูปแบบหลอดสูญญากาศ(Vacum Tube) แต่ข้อเสียคือกินกำลังไฟ้าสูงมากเมื่อเทียบกับ เครื่องขยายเสียง แอมปลิฟายเออร์ (Amplifier) ชนิดอื่นๆ  หลอดสูญญากาศ VS Solid State ต่างกันอย่างไร? | AT Prosound                     1.2 แอมป์ทรานซิสเตอร์ (Transistor) เป็นเครื่องขยายเสียงที่่ใช้ทรานซิสเตอร์ (Transistor)ทำหน้าที่ขยายกำลังหลักของภาคขยายเสียง ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากการออกแบบวงจรได้หลากหลายรูปแบบ จนพัฒนาให้มีคุณภาพเสียงที่ดี อัตตราขยายเสียงสูงความผิดเพี้ยนต่ำ สามารถหาอุปกรณ์ ซ่อมแซมได้ไม่ ยาก 1.3 แอมป์ มอสเฟส (MOSFET ,FET) เป็นเครื่องขยายเสียงที่่ใช้มอสเฟส (MOSFET ,FET)ทำหน้าที่ขยายกำลังหลักของภาคขยายเสียง ในยุคหลังจาก แอมป์หลอดสูญญากาศ (Vacum Tube) ในการพัฒนาเครื่องขยายเสียง ได้มีการนำสารกึ่งตัวนำมาใช้ในการทำ สร้างวงจรขยายเสียง โดยพระเอกหลักที่เป็นที่รู้จัก กันคือ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) และมอสเฟส (MOSFET ,FET) แต่สำหรับชาว อิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้คลั่งไคล้ หลงไหล ในการ ออกแบบ สร้าง ประดิษฐ์ วงจรเครื่องขยายเสียง จะทราบดีว่าในขณะนั้นเครื่องขยายเสียงที่ออกแบบด้วย มอสเฟส (MOSFET ,FET) ให้คุณภาพเสียงที่อิ่ม หนักแน่น มีเนื้อ กว่าการใช้ทรานซิสเตอร์ (Transistor) และราคาก็ย่อมสูงกว่าตามไปด้วย ซึ่งต่อมาตลาดของแอมป์ทรานซิสเตอร์ (Transistor)ก็กลับมาแย่งชิงตลาดกลับคืน ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบที่ดีขึ้น แต่เครื่องขยายเสียงมอสเฟส (MOSFET ,FET) ก็ยังคงอยู่ในใจใครบางคนต่อไป  1.4 แอมป์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated circuit) หรือเรียกย่อๆว่า ไอ ซี (IC.)เป็นเครื่องขยายเสียงที่่ใช้ วงจรรวม (Integrated circuit)ทำหน้าที่ขยายกำลังหลักของภาคขยายเสียง โดยอาศัยหลักการ รวมสารกึ่งตัวนำของอุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) หรือมอสเฟส (MOSFET ,FET) บวกอุปกรณ์ R, L ,C และอื่นๆ รวมกันให้เล็กลง อยู่ บน ตัวอุปกรณ์ ตัวเดียวที่มีหลายขาและเรียกว่า (Integrated circuit) หรือเรียกย่อๆว่า ไอ ซี (IC.) นั่นเอง ข้อดีคือ มีขนาดเล็ก ความผิดเพี้ยนน้อยเมื่อใช้ในอุณหภูมิตาม Spec กำหนด ให้คุณภาพเสียงดี เหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่ ราคาถูก ข้อเสียหากมีการออกแบอุปกรณ์ต่อพ่วง IC. ที่ไม่ดี ทำให้ความร้อนขณะใช้งานสูง และความผิดเพี้ยนสูงขึ้นได้ อีกทั้งกรณี IC. เสีย ต้องเปลี่ยน IC ซึ่งเป็นตัวหลัก ตัวเดียว ซึ่งค่า ซ่อม จะสูงมาก ถึง 70 -80 % ราคาเครื่องที่ซื้อมา ไม่คุ้มซ่อม แต่ถ้าใช้ในอุปกรณ์อื่น ที่ไม่ใช่เครื่องขยายเสียง มันก็ไม่ไช่อุปกรณ์หลักเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ ดังนั้นก็จะมองว่าไม่แพง ประมาณนี้ เครื่องขยายเสียงในอุดมคติ

ความแตกต่างที่ขยายระหว่างสัญญาณอินพุตและเอาต์พุตเรียกว่าเกนของแอมพลิฟายเออร์ เกนคือการวัดจำนวนของแอมป์ที่ “ขยาย” สัญญาณอินพุต  ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีสัญญาณอินพุต 1 โวลต์และเอาต์พุต 50 โวลต์ดังนั้นอัตราขยายของเครื่องขยายเสียงจะเป็น “50” กล่าวอีกนัยหนึ่งสัญญาณอินพุทเพิ่มขึ้น 50 เท่าการเพิ่มขึ้นนี้เรียกว่าเกนอัตราขยายของเครื่องขยายเสียงเป็นเพียงอัตราส่วนของเอาต์พุตที่หารด้วยอินพุต Gain ไม่มีหน่วยเป็นอัตราส่วน แต่ในอิเล็กทรอนิคส์มันมักจะได้รับสัญลักษณ์“ A” สำหรับการขยาย จากนั้นจะคำนวณหาอัตราขยายของแอมพลิฟายเออร์เพียงแค่เป็น “สัญญาณหารด้วยสัญญาณอินพุต” แอมป์กำไร

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแอมพลิฟายเออร์สามารถกล่าวได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างสัญญาณที่วัดที่เอาต์พุตกับสัญญาณที่วัดที่อินพุต มีเกนแอมพลิฟายเออร์สามชนิดที่สามารถวัดได้และมีดังนี้: เกจแรงดัน (Av), เกนปัจจุบัน (Ai) และเพาเวอร์เกจ (Ap) ขึ้นอยู่กับปริมาณที่วัดได้ด้วยตัวอย่างของเกนต่างประเภทเหล่านี้ 

เพาเวอร์แอมป์ เครื่องขยายสัญญาณขนาดเล็กโดยทั่วไปจะเรียกว่าเครื่องขยายเสียง “แรงดันไฟฟ้า” เพราะพวกเขามักจะแปลงแรงดันไฟฟ้าอินพุตขนาดเล็กเป็นแรงดันเอาท์พุทขนาดใหญ่กว่ามาก บางครั้งจำเป็นต้องใช้วงจร เครื่องขยายเสียงในการขับเคลื่อนมอเตอร์หรือป้อนลำโพงและสำหรับแอปพลิเคชันประเภทนี้ที่จำเป็นต้องมีกระแสสลับสูง ตามชื่อของพวกเขางานหลักของ“ เพาเวอร์แอมป์” (หรือที่รู้จักกันในชื่อแอมพลิฟายเออร์สัญญาณขนาดใหญ่) คือการส่งกำลังไปยังโหลดและอย่างที่เรารู้จากข้างบนคือผลิตภัณฑ์ของแรงดันและกระแสที่ใช้กับ โหลดโดยมีกำลังสัญญาณเอาต์พุตมากกว่ากำลังไฟฟ้าเข้า กล่าวอีกนัยหนึ่งเพาเวอร์แอมป์ขยายอำนาจของสัญญาณอินพุตซึ่งเป็นสาเหตุที่วงจรแอมพลิฟายเออร์ประเภทนี้ถูกใช้ในขั้นตอนเอาต์พุตเสียงของแอมป์เพื่อขับลำโพง เพาเวอร์แอมป์ทำงานบนหลักการพื้นฐานของการแปลงพลังงาน DC ที่ดึงจากแหล่งจ่ายไฟเป็นสัญญาณแรงดันไฟฟ้า AC ที่ส่งไปยังโหลด แม้ว่าการขยายจะมีประสิทธิภาพสูงในการแปลงจากอินพุตแหล่งจ่ายไฟ DC ไปเป็นสัญญาณแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ AC มักจะไม่ดี แอมพลิฟายเออร์ที่สมบูรณ์แบบหรือสมบูรณ์แบบจะให้คะแนนประสิทธิภาพ 100% หรืออย่างน้อยพลังงาน“ IN” จะเท่ากับพลังงาน“ OUT” อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงสิ่งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากพลังงานบางส่วนสูญเสียไปในรูปของความร้อนและแอมป์เองก็ใช้พลังงานในระหว่างกระบวนการขยาย จากนั้นประสิทธิภาพของ เครื่องขยายเสียง จะได้รับเป็น
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง  safeandsound
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *