คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะคืออะไร

เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์มีหลายประเภท และแต่ละประเภทย่อมมีความแตกตั้งกัน ทั้งการใช้งานและรูปแบบของตัวเครื่อง ในบทความนี้จะมาพูดถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บางคนจะเรียกย่อว่า pc นั่นเอง โดยเจ้า pc คือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่คนไทยเรียกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ ที่นิยมใช้งานกันประจำบ้านหรือมักพบในสำนักงาน เพราะเนื่องจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีน้ำหนักค่อนข้างมากและมีขนาดพอสมควร ทำให้เราพกพาไปไหนไม่ค่อยสะดวก เจ้า pc มีลักษณะเด่นคือถูกใช้งานเพียงคนเดียว และประกอบติดตั้งไว้อยู่บนโต้ะทำงานจึงเรียกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(ตั้งโต๊ะ) ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมและมีการใช้งานจากคนหมู่มากทั่วโลก ถือเป็นที่ยอมรับจากผู้คนส่วนใหญ่ที่นิยมการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากกว่าคอนพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ โดยจ้า pc มีราคาแพงเพราะเนื่องจากประมวลผลจากข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมการทำงานอย่างดีเยี่ยม ในอดีตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุคแรกผู้ใช้ต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้งานเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเขียนเป็นภาษาคอมเพื่อตอบโต้และสื่อสารกับเจ้าพีซีในการทำงานนั่นเอง แต่ปัจจุบันมีผู้เขียนโปรแกรมชั้นสูงให้เราแล้วเสร็จและลงซอฟแวร์การทำงานของเจ้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้เรา และมีโปรแกรมให้เลือกใช้หลากหลายทั้งที่แบบซื้อขายเชิงพาณิชย์และแบบฟรีที่ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะทำงานประภทไหน อาทิเช่น ทำงานด้านออกแบบ ทำงานด้านสำนักงาน หรือทำงานบริหาร ก็ล้วนแล้วแต่มีซอฟแวร์รองรับทั้งสิ้น โดยใครๆก็สามารถใช้ได้นั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวโปรแกรมนั้นก็ติดตั้งง่ายและสามารถรันบนระบบปฏิบัติการของเจ้าพีซีได้อย่างรวดเร็ว โดยคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2515 และค่อยๆพัฒนามาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ทำให้ในปัจจุบันเจ้า pc มีขนาดที่เล็กลงและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเก่าเยอะมาก ทำให้ยิ่งเป็นที่นิยมในการใช้งานประจำบ้านหรือออฟฟิศเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายจำนวนมาก และหากใครสนใจเจ้า pc สามารถสั่งประกอบเองหรือซื้อขายสำเร็จตามร้านห้างไอทีทั่วไป ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ราคาถูกจนถึงราคาแพงแล้วแต่ประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องนั่นเอง แล้ว คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลหรือ pc เหมาะกับใคร ? จริงๆแล้วก็เหมาะกับทุกคนที่ใช้ คอมพิวเตอร์ในการทำงานหรือผู้ที่ใช้งานหนัก เพราะเนื่องจากเจ้าพีซีทนทาน สวยงามและมีอายุการใช้งานที่นานมาก(เรียกได้ว่าอึดมาก) อีกทั้งยังสามารถถอดเปลี่ยนอะไหล่หรืออัพเกรดฮาร์ดแวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างสบายอีกด้วย
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
จอภาพ (Monitor)

เป็นอุปกรณ์แสดงผลที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะจะต้องใช้ในการมองเห็นของผู้ใช้ เวลาใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยจอภาพที่นิยมก็คือ จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display) ซึ่งมี ลักษณะแบนราบ มี ขนาดเล็กและบาง การทำงานนั้นอาศัยหลักของการใช้ความร้อนที่ได้จากขดลวด มาทำการเปลี่ยนและ บังคับให้ผลึกเหลวแสดงสีต่างๆ ออกมาตามที่ต้องการซึ่งการแสดงสีนั้นจะเป็นไปตามที่กำหนด
เคส (Case)
หลาย คนเรียกว่า CPU แต่ที่จริงแล้วมันเรียกว่า เคส โดยเคสคือโครงหรือกล่องสำหรับประกอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ไว้ภายใน
พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)

เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคอมพิวเตอร์มีอุปกรณ์ต่อพ่วงเยอะ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเลือกพาวเวอร์ซัพพลายที่มีจำนวนวัตต์สูง เพื่อให้สามารถ จ่ายกระแสไฟได้เพียงพอ
คีย์บอร์ด (Keyboard) และ เมาส์ (Mouse)

เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารกับตัวคอมพิวเตอร์ โดยคีย์บอร์ดเป็นคล้ายแป้นพิมพ์ เพื่อป้อนข้อมูลต่างๆ ลงไปในคอมพิวเตอร์ ส่วนเมาส์จะช่วยในการบ่งชี้ตำแหน่งว่าขณะนี้กำลังอยู่ส่วนไหนบนจอภาพ
เมนบอร์ด (Main board)

เป็นแผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ที่รวมเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุม การทำงานของ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในตัว PC ทั้งหมด มีหน้าที่รวบรวมเอาชิปและไอชี (IC = Integrated Circuit) รวมทั้ง การ์ดต่อพ่วงอื่นๆ เอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงอันเดียว
ซีพียู (CPU)

ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (chip) เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน หน่วยประมวลผลกลาง
การ์ดแสดงผล (Display Card)

การ์ดแสดงผลใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่ได้รับมาจากซีพียู โดยที่การ์ดบางรุ่นสามารถประมวลผลได้ในตัวการ์ด ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์นั้นเร็วขึ้นด้วย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนั้นจะมีหน่วยความจำในตัวของมันเอง ถ้าตัวการ์ดมีหน่วยความจำมาก ก็จะรับข้อมูลจากซีพียูได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การแสดงผลบนจอภาพมีความเร็วสูงขึ้นอีก
แรม (RAM)

RAM หรือ Random-Access Memory เป็นหน่วยความจำหลักแต่ไม่ถาวร ซึ่งจะต้องมีไฟมาหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ตลอดในการทำงาน โดยถ้าเกิดไฟฟ้ากะพริบหรือดับ ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำจะหายไป หลักการทำงานคร่าวๆ ของแรมนั้นเริ่มต้นที่รับข้อมูลจากผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ Input จากนั้นก็จะส่งข้อมูลไปยัง CPU ในการประมวลผล เมื่อ CPU ประมวลผลเสร็จแล้ว แรมจะรับข้อมูลที่ได้รับการประมวลผลแล้ว ออกไปยังอุปกรณ์ Output ต่อไป
ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลใน คอมพิวเตอร์ โดยฮาร์ดดิสก์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีเปลือกนอก เป็นโลหะแข็ง และมีแผงวงจรสำหรับการควบคุมการทำงานประกบอยู่ที่ด้านล่าง พร้อมกับช่องเสียบสายสัญญาณและสายไฟเลี้ยง ส่วนประกอบภายในจะถูกปิดผนึกไว้อย่างมิดชิด โดยฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กสองแผ่นหรือมากกว่ามาจัด เรียงอยู่บนแกนเดียวกันเรียก Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อม ๆ กัน จากการขับเคลื่อนของมอเตอร์ แต่ละหน้าของแผ่นจานจะมีหัวอ่านเขียนประจำเฉพาะ โดยหัวอ่านเขียนทุกหัวจะเชื่อมติดกันคล้ายหวี สามารถเคลื่อนเข้าออกระหว่างแทร็กต่างๆ อย่างรวดเร็ว