เตรียมอุปกรณ์ไลฟ์สดเล่นดนตรี
อยากเล่นดนตรีให้คนฟังผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ แต่ติดปัญหาที่ไม่รู้จะเตรียมอุปกรณ์อย่างไร ทำแล้วเสียงแตก เสียงเบา เสียงโน่นดังไป เสียงนี้เบาไป เสียงร้องแห้งไป ทำอย่างไรให้เสียงดีเหมือนดูคอนเสิร์ต ปัญหาเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก แค่มีความเข้าใจในเรื่องอุปกรณ์ก็สามารถทำได้แล้ว ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจอุปกรณ์พวกนี้กัน
1.เครื่องดนตรีมีกี่ชิ้น นี่เป็นคำถามแรกที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเครื่องดนตรีที่เราใช้ในการไลฟ์สดเล่นตนตรีมีอะไรบ้าง เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องไปถึงอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมเพื่อรองรับกับเครื่องดนตรีที่เราต้องการ เช่น มีกีตาร์ 1 ตัว กลองไฟฟ้าที่เป็น Drum PAD แล้วก็ร้อง 2 คน แบบนี้ก็จะสามารถเตรียมอุปกรณ์ขึ้นต่อไปได้ว่าต้องใช้มิกเซอร์ขนาดกี่ช่อง
2.มิกเซอร์ที่ใช้งาน สำหรับมิกเซอร์นั้นที่จะใช้ไลฟ์สดเล่นดนตรีนั้น เป็นอุปกรณ์ที่รวมสัญญาณเสียงหลายๆ สัญญาณเข้าด้วยกัน เพื่อทำการผสมสัญญาณแล้วส่งออกไปยังอุปกรณ์ปลายทาง จำนวนช่องสัญญาณที่ใช้ก็ตามจำนวนเครื่องดนตรีที่มี แต่ต้องสังเกตให้ดี เช่น Drum PAD นั้นเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเดียวแต่มีสัญญาณเสียงออกมา 2 สัญญาณคือ ซ้าย กับ ขวา ถ้าแบบนี้เราก็ควรนับเป็น 2 ช่องนะครับ ไม่สามารถนับเป็นชิ้นได้ แต่อนุโลมให้ใช้ช่องเดียวได้ แต่ถ้าใช้ 2 ช่องเสียงก็จะได้มิติที่กว้างกว่า มิกเซอร์ในปัจจุบันนั้นมี Audio Interface ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้เลยผ่านสาย USB เช่น มิกเซอร์ Zoom L8 เป็นต้น และควรเลือกมิกเซอร์ที่มี EFX ในตัวเพื่อลดความยุ่งยากในการต่ออุปกรณ์พ่วงภายนอก แต่ถ้ามีทุนหน่อยก็ใช้ Digital Mixer เลยก็ได้
3.ไมโครโฟน ต้องเลือกให้เหมาะกับเสียงของเรา ซึ่งไมโครโฟนนั้นมีหลากหลายมาก ทางที่ดีควรไปลองเสียง ชอบรุ่นไหนเลือกรุ่นนั้น แนะนำให้เลือกไมโครโฟนที่มีคุณภาพสูงหน่อย เพราะจะให้เสียงที่ถูกต้องแม่นยำมีความไพเราะมากกว่า พวกไมค์จีนราคาถูกๆนี่ไม่แนะนำ เสียงมันจะแข็งและกระด้างมาก มันทำลายเสียงเรามาก
4.DI Box ไว้ใช้กับพวกกีต้าร์โปร่งหรือพวกสัญญาณที่เป็น Unbalance ทั้งหลาย เพราะจะช่วยลดสัญญาณรบกวน เสียงจี่ ฮัม และป้องกันสัญญาณดร็อปลง มีให้เลือกทั้งแบบ Passive ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยง และแบบ Active ที่ต้องใช้ไฟเลี้ยง เหมาะกับอุปกรณ์ที่เป็นกีต้าร์โปร่งไม่มีถ่านทั้งหลาย แต่ถ้ามิกเซอร์เรามีช่อง Hi-Z เราก็ไม่จำเป็นต้องมี DI Box ก็ได้ สามารถต่อเข้าช่องนี้ได้เลย
5.การมิกซ์เสียง เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว คราวนี้ถึงคราวที่เราต้องลงมือมิกซ์เสียงให้สมบูรณ์ ถ้าในกรณีที่เราไม่มีความสามารถในการมิกซ์ เราต้องมีซาวด์เอ็นจิเนียร์มาช่วยทำการปรับแต่งเสียงให้เรา ซึ่งมีความจำเป็นมาก อุปกรณ์ดีแต่ปรับเสียงไม่เป็นก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด ในกรณีข้อ 5นี้ ทางสยามซาวด์สโตร์ช่วยท่านได้นะจ๊ะ เพราะเราอยู่ในวงการระบบเสียงคอนเสิร์ตมา 10กว่าปี รับรองเสียงดีหายห่วง
สอบถามสินค้าอื่นๆ ติดต่อทาง safeandsound
ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-4466266 , 089-8415456 , 02-101-9982